Supranee's profilemumoo mumu'PhotosBlogListsMore Tools Help

Supranee Viseskit

Occupation
Location
Interests
i'm fat......
No list items have been added yet.

mumoo mumu'

July 27

อีกวันของชีวิต

จูนบอกว่าถ้าไม่มีไรทำก้อไปอัพสเปซซะ เพราะเปนวิธีการฆ่าเวลาที่ดีที่สุด แล้วเราก้อไม่ได้เล่นสเปซมาเปนเวลานานมากแล้วเพราะความขี้เกียจของตัวเองนั้นแหละ แต่เพราะความว่างเข้าครอบงำก้อเลยต้องหาไรให้ตัวเองทำซะหน่อยไม่งั้นอาจจาหลับได้
 
เอาหล่ะจาพิมเรื่องไรดีนะ เพราะอยากอัพรูปก้อยังไม่มีรูปให้อัพ (อยู่บ.จาเอารูปมาจากไหน)ดังนั้นสิ่งที่ทำได้เพียงอย่างเดียวก้อคือการพิม พิม พิม พิม โน่นนี้ไปเรื่อย เพื่อบรรเทาความเบื่อหน่ายของชีวิต
 
นายไม่อยู่วันๆ มาออฟฟิสก้อไม่ต้องทำไรมากมาย จามีก้อแต่งานหยุมหยิม รับโทรสับแล้วก้อจบ ไม่ค่อยต้องทำไรมากมาย ชีวิตมีความสุขอยุ่กะการเล่นเนทไปเรื่อยๆ แต่เด๋วอาทิตย์หน้าก้อคงไม่เปนแบบนี้แล้ว เพราะพรุ่งนี้เจ้านายก้อจา รีเทิร์น ฟรอม อินโดฯ แล้วชีวิตเราก้อจากลับมาสู่สภาพกลับบ้านดึกเหมือนเดิมมมม
 
มาออฟฟิสช่วงนี้เหมือนมาหายใจทิ้งอะ เพราะว่าไม่มีไรจาทำเลย ปกติเค้าจาทิ้งการบ้านไว้ให้ทำก้อการเอาออกมาทำมั่งสลับกะเล่นนู่นนี้ แต่คราวนี้เค้าไม่ได้สั่งให้ทำไรเลยอะ
 
เราก้อเลยกลายเปนบุคคลว่างงานอยู่ในออฟฟิสในขณะที่คนอื่นๆ แบบว่ายุ่งวุ่นวายหัวฟูกันไป
 
อยากทำตัวให้เปนประโยชน์กะบริษัทมั่งจิง เฮ้ออออออ
July 10

changed FAAI

ไม่ได้อัพสเปซมาเปนเวลาชาติเศษๆ เนื่องจากความขี้เกียจเข้ามาครอบงำตลอดเวลา แต่วันนี้มันว่าง แบบว่าไม่รู้จาทำไรดีแล้วอะ ว่าง ว่าง ว่าง อยู่ที่ทำงานเหมือนจามีงานทำ แต่ว่าก้อไม่มี ทำไมไม่กลับบ้าน ก้อเพราะว่าต้องรอนายกลับมาแล้วจาได้ทำงาน ถูกต้องยังไม่รู้ว่านายจากลับจากประชุมกี่โมง รู้แต่ว่าต้องรอ
ดังนั้นเมื่อนั่งเล่นเกมจนเบื่อ อัพmultiply อย่างหน่ำใจ ไหนๆ ก้อไหนๆ ก้อเลยคิดว่าอะ อัพสเปซมันอีกอันหล่ะกัน อย่างน้อยก้อจาได้ดูเหมือนว่ามีไรทำไปพลางๆ รอเวลาที่นายจากลับมาแล้วได้ทำงานกะเค้ามั่ง
 
เวลาทำงานของเราจาแปลกๆ ช่วงที่เหมือนเปนเวลาทำงานเราจาว่างมากกกกกกก ส่วนช่วงที่เปนเวลาของการเลิกงานนะ โอโห้ ไม่รู้งานเยอะแยะอารายมาจากไหน อยู่ออฟฟิสจนเย็นจนมืดตลอดเวลา แต่มันก้อเปนความรู้สึกแปลกๆนะ ที่เวลาทำงานแล้วจารู้สึกว่าไม่ได้ชั้นต้องทำให้เส็ดก่อน ไม่งั้นกลับบ้านไม่ได้ หลายคนบอกว่ามันเปนอารมณ์ของพวกเริ่มทำงานใหม่ๆ ไฟแรง แต่เด๋วพอทำนานๆ ไปก้อจาเริ่ม อืด เอื่อย เหนื่อย เมื่อยล้า ทำงานช้าลงไปเรื่อยๆเองแหละ เราก้อไม่รู้เหมือนกันว่าจิงอะป่าว เอาเปนว่า ตอนนี้ยังฟิตอยู่แล้วกัน ถึงไหนถึงกัน ดึกแค่ไหน ฝ้ายไม่กลัว  !!!!!!
 
หลายคนที่สนิทกะเราบอกว่าตั้งแต่มาทำงานฝ้ายก้อเปลี่ยนไปเยอะ ดูสุขุมมากขึ้น (จิงอะ) ดูคิดอารายรอบคอบมากขึ้นที่สำคันนะ ไม่อยู่เล่นไปวันๆ เหมือนเมื่อก่อนแล้ว  ^_^
อาจจาเป็นเพราะว่าเราโตขึ้นรึป่าวนะ ความรู้สึกที่บอกว่า ไม่ได้เปนนักเรียนอีกต่อไปแล้ว แต่ตอนนี้อยู่ในโลกของชีวิตจิงที่ต้องพึ่งพาตัวเอง ทำงานหาเงินใช้เอง ขอพ่อกะแม่ไม่ได้แล้ว
ทำอารายผิดพลาดนั้นหมายความว่าจาเกิดความเสียหาย ไม่ใช่ได้คะแนนน้อยลงอีกต่อไปแล้ว เด๋วนี้จาทำอารายทีต้องคิดดีๆ เพราะผลของสิ่งที่เราทำไม่ได้ออกมาเปนคะแนน หรือเปนเกรดอีกต่อไป หมายความว่าต่อไปนี้ "เล่นๆ ไม่ตั้งใจไม่ได้แล้ว" เราก้อเลยหมดแรงเวลากลับไปบ้านไม่มีแรงจาร่าเริงหรือว่าแกล้งคนอื่นอีกแล้ว อยากนอน อยากพักผ่อนให้มากที่สุด เพราะเวลาอยู่ที่ทำงานต้องใช้พลังงานมากมายเหลือเกิน (เหมือนว่ามีงานให้ทำเยอะ ก้อป่าวหรอก แต่เวลามีก้อเยอะไง งงๆ ป่าว ช่างเหอะ พยายามเข้าใจหน่อยแล้วกัน)
 
เฮ้ออออออออ ไม่อยากโตขี้นเลยอะ อยากเปนเด็กเล่นสนุกๆ ไปวันๆมากกว่า ไม่อยากเปนผู้ใหญ่เลยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
January 15

ชีวิตที่กะลังจะเปลี่ยน

ใครๆ ก้อบอกว่าเรียนไปเหอะ เรียนอะดีกว่าทำงานนะ แต่เราที่เรียนมาตลอดตั้งแต่เกิด จนถึงตอนนี้ ยี่สิบปีแล้ววเนี่ย ไม่เห็นมีความรู้สึกว่าเรียนมานจาดีตรงไหนเลยยย ออกจาเบื่อชีวิตที่ซ้ำซากแบบนี้ซะด้วยซ้ำ..... เรียนแล้วก้ออ่านหน้งสือสอบ รอลุ้นว่าจาได้คะแนนดีไม๊แล้วก้อผ่านไปอีกปี เรียนชั้นต่อไป ทำเหมือนเดิมมมม เรียน เล่น ท่องๆๆๆๆๆๆ สอบๆๆๆๆๆๆ ปิดเทอมแล้วก้อเปิดเทอมมาใหม่ มีความสุขอยู่กะชีวิตไปวันๆ อยู่กับเพื่อนไม่รู้จักเบื่อ มีเรื่องมาเม้าท์ได้ตลอดเวลา...
           แต่แล้ว วันนี้ "เรา"สามารถเลือกได้ระหว่าง เรียนต่อ กะ ไม่เรียนต่อ ก้อมาถึง วันนี้ถ้าไม่เรียนก้อไม่เปนไร วันที่คนส่วนใหญ่เลือกที่จะออกไปทำงาน ออกไปพบกับสังคมที่ไม่ใช่ห้องเรียน เจอกันคนที่ไม่ใช่เพื่อนในห้องเรียนอีกต่อไป.... แล้วเราจาเลือกอะไรหล่ะ ไม่รู้เหมือนกันว่าจาเลือกอย่างไหนดี อยากเรียน แต่ก้อเบื่อ จาทำงานเหรอ ไอ้ที่ลองไปทำมาก้อไม่เห็นจาชอบเลยยย แล้วสรุปแล้วคนเราจาเรียนไปทำไมกันนะ เรียนแล้วก้อเรียนอีกไม่จบไม่สิ้นซักที คนทำงานก้ออยากเรียน แล้วบางทีไอ้งานที่ทำเท่าที่คุยๆ กับคนที่ทำงานแล้วมา ก้อไม่เห็นมีใครที่ทำตรงกับที่เรียนซักกะคน แล้วสรุปแล้ว เวลาตั้งหลายปี เงินตั้งมากมาย ที่หลายๆ คนรวมทั้ง เรา ด้วยเสียไปเนี่ย มันเพื่ออะไรกันนะ เราจาจ่ายไปทำไมกับสิ่งที่สุดท้ายแล้วก้อไม่ใด้ใช้.... ทำไมมันสับสนอย่างนี้นะ
August 23

อยากเก็บไว้นานๆ

         อยากเก็บความรู้สึกนี้ไว้นานๆจัง ไม่อยากลืม ไม่อยากให้มันผ่านไป ก็รู้ว่ายังไง ยังไงชีวิตคนก็ต้องเดินไปเรื่อย จามาหมกหมุ่นอยู่กับเรื่องดีๆ เดิมๆไม่ได้ งั้นเอาเปนว่าขอเก็บเรื่องนี้ให้เปนความทรงจำที่ดีที่สุดอันนึงของเราก็แล้วกัน...... ย้อนกลับไปนานหน่อย กลางเดือนสิงหา..... เราเปนไรกะเดือนนี้ไม่รู้ มักจามีเรื่องดีๆ ความรู้สึกดีๆ เกิดในเดือนนี้ตลอดเลยยยย ความทรงจำดีๆ ครั้งแรกของเรากะคนนั้นก็เกิดขึ้นเดือนนี้ แล้วก็ช่วงเดียวๆกันด้วย......
ครั้งแรกที่เรารู้สึกดีมากๆ กับคนๆหนึ่ง แล้วเค้าก็บอกเราว่าเค้าก็รุ้สึกอย่างงั้นกะเราเมื่อกัน คืนวันที่15 สิงหา 2 ปีก่อน...... แล้วเราก็ได้ไปต่างจังหวัดกะเค้าเรื่อยๆมา ก็จิงๆ ก็ดีใจทุกครั้งแหละที่ได้ไปไหนด้วยกัน แต่ว่าครั้งนี้ที่เรารู้สึกดีมากๆๆๆๆๆ เพราะว่า มันเปนอารมณ์ที่เราไม่เคยนึกว่าชีวิตนี้จามีความสุขได้ขนาดนี้ ทั้งๆ ที่การไปต่างจังหวัดครั้งนี้มีทั้งแม่และพี่เราไปด้วย แต่นั้นก้อไม่เปนอุปสรรคเลย เรากะเค้ากลับได้อยู่ด้วยกันแทบจาตลอด จับมือกันตลอดดดดดเวลา 2 วัน 1 คืน สำหรับเรามันมีค่ามากมายจิงๆ เอาอารายมาแลกเราก็ไม่ยอม เปนช่วงเวลาที่ทำให้เรารู้สึกมั่นใจและ โอ้ย ไม่รู้อะหลายอย่างมากกกกกก
           ริมทะเล ใต้แสงดาว ลมพัดเย็นสบาย บรรยายกาศสวยๆ น่ารักๆ หาไม่ได้อีกแล้ว ไปอีกครั้งก็ไม่ได้แล้วววว เราได้เล่นน้ำกะเค้าเป็นครั้งแรก เราได้ดูแลเค้าจิงๆจังๆ เอานู่นเอานี้ให้ เราได้อ้อนเค้า ได้ให้เค้าอ้อน และได้ตื่นมาเจอกันตอนเช้า ได้เห็นเค้านอนน่ารักๆ ห่มผ้าอยู่บนโซฟา เดินลงมาเห็นแล้วมันรู้สึกว่าทำไมเราโชคดีอย่างงี้นะ ทำไมเราถึงได้มาเจอกับเค้า อารายทำให้เรากะเค้าอยู่กันมาได้ 2 ปีก่าๆ แล้ว เปนครั้งแรกในรอบ 2 ปีที่เราได้นั่งคุยอยู่กับเค้านานแสนนานเท่าที่เราอยาก ได้คุยกันหลายเรื่อง ได้ถามหลายๆ เรื่อง และที่สำคัญได้รู้ว่าจิงๆ แล้วเค้าจำอะไรได้เยอะกว่าที่เราคิด เค้าไม่ลืมวันนั้น เค้าไม่ลืมสิ่งที่ให้เราเป็นอย่างแรก แล้วก็อีกหลายๆ อย่าง พอกลับมา เราสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นเยอะมากกกกก เหมือนเค้าจาตามใจเรามากขึ้นในขอบเขตที่เค้ายอมได้ เค้ายอมใส่เสื้อเหมือนเราออกไปข้างนอก เราอยู่กันเราทั้งๆที่ไปงานชมรม เค้านั่งรถแล้วจับมือกับเราตลอดแม้ว่าเค้าจานั่งหน้า แล้วเรานั่งอยู่ข้างหลัง เค้าเดินมาส่งเราถึงหน้าบ้านทั้งๆที่ดึกแล้วแล้วเค้าก็จากลับบ้านยากมากๆ เราสัมผัสได้ถึงไออุ่นๆอันนั้น ทุกครั้งที่คุยโทร.กัน ทุกครั้งที่ชั้นพูดชั้นหมายความอย่างนั้นจิงๆนะ แม้ว่าชั้นอาจจะพูดมันบ่อยแต่ที่บอกก้อเพราะอยากให้เทอรู้ว่าไม่ว่าจายังไง ก็ยังมีชั้นที่รักเทอเสมอนะจ้ะ
 
                        "อยากเก็บไว้นานๆ"
                               "อยากอยู่กับเทออย่างงี้ไปนานๆ"
                                      "อยากให้เราอยู่ด้วยกันอย่างงี้นานๆ"
March 31

ไปแล้วแต่ไม่ไปลับ และจากลับมาด้วยยยย

     อีกไม่กี่วัน ไม่ซิ อีกแค่ 1 ก่าๆ เท่านั้น เราก้อจาต้องไปเรียนซัมเมอร์อีกครั้ง กลับสู่ชีวิตการเปนนักเรียนอีกครั้ง หลังจากพักผ่อนนอนหลับ ทำนู่นทำนี้ไร้สาระเปนเวลาเกือบๆ เดือน.......
    ไป " ค่าย " กิจกรรมที่สร้างความประทับใจให้เราไม่รู้ลืมม มีความสุขกะการไปค่ายครั้งนี้มากมาย เหตุผลนึงอาจเปนเพราะเราได้รับรู้ขั้นตอนการทำงาน และรู้ทุกอย่างที่เปนไปในค่าย ได้รับผิดชอบอย่างที่ไม่เคยต้องทำมาก่อน พอได้ทำเยอะๆแล้วก้อรู้สึกว่า เอออ ไม่น่าเชื่อว่า แค่มาออกค่าย ทำงานชมรม 1 ปีเต็มๆ มัน"ให้" อะไรกะเรามากมายจิงๆนะเนี่ย อย่างที่เราเชื่อเลยว่าถ้าใครมาอ่านแล้วไม่ได้ทำงานชมรม ไม่มีทางเข้าใจแน่ๆ เพราะสำหรับเราเมื่อก่อนชมรมก้อเปนแค่สถานที่ สถานที่หนึ่งที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ไร้สาระ เสียงหัวเราะ แต่ มุมมองเราเปลี่ยนไปเยอะมากกกก พอจบค่าย.... ทำไมนะเหรอ เพราะ ภายใต้ความสนุกสนานและเสียงหัวเราะเหล่านั้น คนที่อยู่เบื้องหลังเหนื่อยแสนเหนื่อย ปัญหามีมาให้แก้ไม่เว้นแต่ละ "นาที" ทุกอย่างเปนเรื่องได้หมด แต่พออยู่ต่อหน้าทุกคน ก้อต้องเปนอีกคนหนึ่ง ทำได้ไงอะเหรออออ ก้อชมรมสอนมาดีไง..
   นัด "บ้าน" บ้านรับน้องก้อเปนอีก 1 กิจกรรมที่เราชอบมากกกก เราผ่านบ้านรับน้องก้าวใหม่มา 3 ครั้ง เปนคนถูกรับ เปนคนรับ และเปนพี่ที่มาช่วย จิงๆก้อครบทุกอารมณ์แล้วแหละเนอะ แต่เสน่ห์ของบ้านรับน้องก้อยังมีอยู่ที่ทำให้เราไม่อยากพลาดซักปี โดยเฉพาะปีนี เพราะเท่ากับว่าจาเปนปีสุดท้ายในรั้วมหาลัยของเราแล้ววว รับน้องก้าวใหม่ปีนี้ เราคือ พี่ปี 4 ไม่อยากจาเชื่อว่าวันนี้จามาถึงเร็วขนาดนี้ แต่ในที่สุดมันก้อมาถึงจนได้แหละ ยังไงยังไงก้อต้องมาถึงแหละ แต่ที่น่าเศร้าที่สุดก้อคือ รับน้องก้าวใหม่ 49 ปีนี้ เราอาจ และมีความเปนไปได้สูงมากกกก ว่าเราจาไม่ได้มาเปนส่วนหนึ่งของบ้านชมรม..... เพราะเรายังไม่กลับมาจากการ "ชุบตัว" ไงหล่ะ เมื่อวานเห็นน้องๆ รุ่นใหม่ที่กำลังจาเข้ามาทำบ้านแล้วก้อรู้สึกว่า เอออ อีกปีแล้วนะ อีกอย่างก้อรู้สึกตัวว่า เราเองก้อห่างกะน้องเค้าเยอะมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าจาพยายามเข้าไปคุย แต่ก้อรู้สึกว่ายังมีอารายบ้างอย่างที่ทำให้พี่อย่างเรา ห่างกะน้องๆพวกนี้พอสมควร อาจเปนเพราะความใหม่ต่อกัน หรืออะไรเราก้อไม่รู้ เฮ้ออออ อยากทำบ้านรับน้องจัง
   ไป "อิตาลี" ใช่แล้ววววว เรากะลับจาไปเรียนที่อิตาลีเปนครั้งที่ 2 อาจดูไม่น่าตื่นเต้นเพราะก้อเคยไปมาแล้วหนหนึ่ง แต่สำหรับเรามันต่างกันมากกก คราวที่แล้วที่ไป เรามีพร้อมทุกอย่าง ที่นอน บ้าน คนดูแล ในขณะที่คราวนี้เราทำเองทุกอย่าง ใช่เราไม่ได้ไปที่เดิม คราวนี้ไปกับคนละเมืองเลย อยู่หอพักนักเรียนเอง ต้องไปนอนกะครายก้อยังไม่รู้ ห้องจาเปนยังไง มหาวิทยาลัยจรต้องเรียนยังไง
   เปนกำลังใจให้ด้วยนะ......
March 12

ชีพจรรองเท้า

         ทำไมปิดเทอมแล้วมันยุ่งวุ่นวายได้ขนาดนี้เนี่ย !!!!!
 ชีวิตของเราเริ่มยุ่งมาต้งแต่วันทั่ 9 มีนาเลยอะ สอบเส็ดแทนที่จาได้ไปพักผ่อนสมอง ใช้เงินกะเพื่อนๆ ก้อต้องไปอบรมฝึกการผลิตหนังสือพิมพ์ ที่ม. สุโขทัยฯ ตั้ง 4 วัน กลับมาวันเนี่ย(อาทิต) อยู่บ้านได้อีก 2 คืนก้อต้องจัดกระเป๋าไปค่ายต่ออีก 8 วัน 7 คืน แต่อันนี้อยากไปมากกก เปนสิ่งที่เฝ้ารอมาตลอด พอจาได้ไปก้อตื่นเต้นอยู่นะ เพราะจาได้ไปทำกับข้าวด้วย ที่สำคัญนะ มีไปทะเลด้วย แล้ววันที่ไปทะเลก้อจาได้ไปกับคนๆนั้นด้วยนะ (โอ๊ย เฝ้ารอๆ) แต่ก้อแอบเส้านิดหน่อย เพราะเราจาขาดคู่หูที่น่ารักไป ก้อที่รักอะดิ ไปไม่ได้อะ กว่าจามาถึงก้อโน้น ศุกร์กลางคืนแล้วอะ เราต้องไปก่อนตั้งหลายวัน ที่รัก แล้วชั้นจาอาบน้ำกะครายหล่ะเนี่ย แล้วตอนกลางคืนจาเม้าท์กะครายด้วยยยย เทอมาเร็วๆนะ ชั้นคิดถึงเทอเสมออออ แล้วพอกลับจากค่ายอยู่บ้านเจอหน้าพ่อแม่พี่ และเพื่อนๆ ได้อีกไม่นาน ก้อมีอันต้องเดินทางอีกรอบ แต่คราวนี้ไปไกลเชียว ไปไกลโพ้นและไปนานมากกกกกกก ก้อไปอิตาลีอะดิ ไปตั้ง 2 เดือนแหนะ อย่าลืมคิดถึงกันบ้างน้า เราสัญญาว่าจาถึงคิดทุกคน โดยเฉพาะเทอนะฮะ อืมมมมม อยู่ทางนี้เพื่อนๆก้อคงฝึกงานกันอย่างขมักเขม้นซินะ แล้วเราจาเที่ยวเผื่อแล้วกันนะ ไม่เปนไรไม่ต้องเส้าไป (อิอิ) แต่จาว่าไปเราก้อแอบกลัวๆ นะ เพราะว่า คราวนี้ไปคนเดียวจิงๆ ไม่มีคนไปด้วยเดินทางคนเดียวแถมยังต้องนั่งรถไปเองอีกอะ ไม่น่ากลัวได้ไง พูดก้อไม่ได้เก่งมากมาย เฮ้อ จาเปนยังไงยังนึกไม่ออกเล้ยยยย แต่ก้อนับว่าคงเปนประสบการณ์ที่น่าสนุกไปอีกอันแหละ ถ้าทำสำเร็จคงเปนเรื่องที่น่าภูมิใจมากอยู่ทีเดียว
 
เฮ้อ เมื่อยนิ้วแหละ ไปดีก่า
February 26

it's back

           กลับมาอีกแล้ว เทศกาลสอบ สอบ สอบ แล้วก้อสอบ อ่านหนังสือ ดึกดื่น พารานอย ล้น และอาการต่างๆอีกมากมายที่จาเกิดขึ้นหน้าห้องสอบและเมื่อสอบเส็ด
    เราลองๆมาคิดดู จิงๆ ชีวิตเรานี้ก้อเปนวงกลมเหมือนกันนะ เปิดเทอม เรียน สอบ ปิดเทอม แล้วก้อเปิดใหม่ เรียน อีก แล้วก้อสอบ เป็นอยู่แบบนี้มากี่ปีแล้วเนี่ย มาช่วงหลังๆ ก้อเคยคิดเหมือนกันนะ ว่าเออออ สอบไปทำไมว่ะ ความรู้ที่อ่านไป พอสอบเส็ดก้อ ลืมหล่ะ เรียนวิชาใหม่ สอบเส็ด ก้อผ่านไปแล้ว สอบไปเพื่อไรอะ เพื่อได้เกรดสวยๆ เหรอ แต่ไม่มีความรู้เนี่ยนะ ไม่อยากจาเชื่อเลยว่า เราอยู่ในวงจรอุบาวท์นี้มาเกือบที้งชีวิต คิดแล้วเปนเหตุจูงใจอย่างแรงที่ทำให้ไม่อยากอ่านหนังสือ แต่ก้อนั้นแหละนะ เรามันเป้นแค่ สิ่งๆนี้ที่ต้องอยู่ในวงจร ถ้าจาต่อต้าน สิ่งเดียวที่ดูเหมือนจาเปนไปได้ก้อคือ
 
               ออก จาก ที่นี้ไปซะ !!!!!
 
แล้วไปไหนอะ ไปอยู่ในอีกกฎเกณฑ์เหรอ เพื่ออารายอะ เพื่ออารายยยยย ไม่เข้าใจจิงๆ เซ็งชีวิตอย่างรุนแรง
 
Photo 1 of 33